กลัวเป็นมะเร็งตับ ถ้าไปทำ mri ดีมั้ย

ขอเชิญสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการตรวจ MRI ในเครือประชาชื่นอิมเมจจิ้งกรุ๊บ

Moderator: ittikorn, sripetch, chatchawan, julin, virunporn, supap, pla

กลัวเป็นมะเร็งตับ ถ้าไปทำ mri ดีมั้ย

โพสต์โดย เสียน » จันทร์ 09 ก.พ. 2015 9:25 am

กลัวเป็นมะเร็งตับ แพทย์ให้เจาะเลือดกับทำอุลตราซาวด์ ถ้าไปทำ mri เลยดีมั้ยครับ
เสียน
 

Re: กลัวเป็นมะเร็งตับ ถ้าไปทำ mri ดีมั้ย

โพสต์โดย admin » จันทร์ 09 ก.พ. 2015 11:04 am

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการทำแนวทาง
ในการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวัง(Screening and surveillance)โรคมะเร็งตับ โดยโรคดังกล่าวต้องมีเงื่อนไขที่สำคัญดังนี้
1. เป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญของประชากร
2. สามารถบอกกลุ่มเสี่ยงได้
3. การดำเนินโรคใช้เวลาพอควร ซึ่งสามารถตรวจคัดกรองได้ก่อนที่จะมีอาการทางคลินิก
4. **** วิธีการตรวจต้องคุ้มค่า ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายไม่สูงและเป็นที่ยอมรับ *****
5. ถ้าวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถรักษาหายขาดและเพิ่มอัตรารอดชีวิต
โรคมะเร็งตับเข้าเกณฑ์ดังกล่าวถึง 4 ข้อแรก ดังนั้นจึงเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในการทำแนวทาง
ในการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวังโรคมะเร็งตับ

##### กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ

Recommendation 1 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองหาโรคมะเร็งตับ ได้แก่

1. ผู้ป่วยโรคตับแข็งทั้งเพศหญิงและชาย ปัจจัยเสี่ยง
ต่อการเกิดมะเร็งตับมีหลายอย่าง ได้แก่ โรคตับแข็งจากทุกสาเหตุ สุรา
ไวรัสตับอักเสบบีและซี สารพิษอะฟลาท๊อกซิน ภาวะธาตุเหล็กสะสมที่ตับ
โรคทางพันธุกรรมและเมตาบอลิกต่างๆ ฯลฯ
พบว่าร้อยละ 80 ของมะเร็งตับเกิดในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง
ในขณะที่อุบัติการณ์การเกิดมะเร็งตับจาก
โรคตับอื่นๆ ที่ยังไม่เป็นตับแข็งพบว่าอุบัติการณ์ไม่สูงมากนัก

2. ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบบีหรือผู้ที่ติดเชื้อไวรัส
ตับอักเสบบีตั้งแต่แรกคลอดหรือวัยเด็ก และยังไม่มีโรคตับแข็งแต่มีความเสี่ยง
ต่อมะเร็งตับสูงในเพศชาย อายุมากกว่า 45 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี
และมีประวัติมะเร็งตับในครอบครัว

3. ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่มี fibrosis stage 3 และ 4 ควรได้รับ
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับ

##### วิธีการและระยะเวลาการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งตับ

Recommendation 2 วิธีการตรวจเฝ้าระวังหาโรคมะเร็งตับควรทำในประชากรกลุ่มที่มีความเสี่ยง
ต่อมะเร็งตับโดยตรวจเลือดหาค่า Alfa-fetoprotein (AFP) ร่วมกับการทำ
ultrasonography (US) ทุก 6 เดือน
ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับมีความก้าวหน้ามาก โดยทั่วไปอาศัยการตรวจ tumor markers
ร่วมกับการตรวจทางรังสีและ/หรือการตรวจชิ้นเนื้อตับ tumor markers ที่สำคัญได้แก่ ได้แก่ Alfa-fetoprotein
(AFP) มีค่าปกติ 10-20 ng/ml และค่าที่ใช้วินิจฉัยมะเร็งตับถ้ามากกว่า 200 ng/ml

การตรวจทางรังสีมีหลายวิธี ได้แก่ การทำ ultrasonography (US), computer tomography (CT),
magnetic resonance imaging (MRI), angiography และ positron emission tomography (PET scan)
ฯลฯ

วิธีที่ยอมรับและเลือกใช้ในการตรวจคัดกรองหามะเร็งตับทั่วโลกในปัจจุบัน ได้แก่การตรวจ AFP
ร่วมกับ US ทุก 6 เดือน ในประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ


##### แนวทางการตรวจเฝ้าระวังและวินิจฉัยโรคมะเร็งตับ

แนวทางการตรวจเฝ้าระวังและวินิจฉัยโรคมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงสูง เมื่อตรวจ
เฝ้าระวังมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงโดยการทำ US ร่วมกับ AFP หลังพบก้อนในตับ
ให้ปฏิบัติดังนี้
1. กรณีตรวจพบก้อนโดย US ให้พิจารณา ดังนี้
1.1 US พบก้อนขนาดน้อยกว่า 1 เซนติเมตร
ให้ติดตามผล US ทุก 3-4 เดือน ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของก้อน
ใน 2 ปี กลับไปเฝ้าระวังทุก 6 เดือน แทน ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น
ให้ดูข้อ 1.2
1.2 US พบก้อนขนาด 1-2 เซนติเมตร และผลการตรวจด้วย CT
และ MRI พบว่า
1.2.1 ผลการตรวจ CT และ MRI เข้าได้กับ HCC ทั้ง 2 วิธี ให้วินิจฉัย
และให้การรักษาแบบ HCC
1.2.2 ผลการตรวจ CT และ MRI เข้าได้กับ HCC เพียงวิธีเดียว หรือ
ไม่เหมือนเลยจากทั้ง 2 วิธี แนะนำทำ FNA และให้การรักษา
ถ้าผลเป็น HCC ถ้าไม่ใช่ HCC ให้ติดตามทุก 3 เดือน
อาจพิจารณา FNA ซ้ำ ถ้าสงสัย10 แนวทางการตรวจคัดกรองวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี
1.3 US พบก้อน ขนาดมากกว่า 2 เซนติเมตร และผลการตรวจด้วย CT
หรือ MRI พบว่า
1.3.1 มีลักษณะ Typical vascular pattern หรือ AFP > 200 ng/ml
สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาแบบ HCC ได้เลย
1.3.2 มีลักษณะ Atypical vascular pattern พิจารณาทำ FNA ก่อน

2. กรณีตรวจ US ไม่พบก้อน ให้พิจารณาค่า AFP ดังนี้
2.1 ค่า AFP ปกติ ให้ตรวจติดตามผล US และ AFP ทุก 6 เดือน
2.2 ค่า AFP สูงกว่าค่าปกติ (> 200 ng/ml) หรือค่า AFP เพิ่มสูงอย่าง
ชัดเจนในระหว่างการตรวจติดตามผลให้ทำ CT หรือ MRI
2.2.1 ถ้าไม่พบความผิดปกติให้ตรวจติดตามผล US และ AFP
ทุก 3 เดือน
2.2.2 ถ้าตรวจพบก้อนให้พิจารณาตามข้อ 1

##### ความเห็นส่วนตัวนะ

สรุป ในภาพรวมของคนไข้ระดับประเทศ ระดับโลก การทำ ultrasonography (US) ยังถือเป็นวิธีที่ยอมรับและเลือกใช้ในการตรวจคัดกรองหามะเร็งตับทั่วโลก

ซึ่งในก้อนที่มีขนาดเล็ก บางที ultrasonography (US) ก็ดูยาก หรือไม่เห็นได้

ดังนั้นใน*****ความเห็นส่วนตัวนะ***** ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยง แล้วพอจะมีเงินจ่าย ทำ mri ร่วมด้วยก็ชัดดีนะครับ
และเนื่องจาก mri ปลอดภัยไม่ต้องโดนรังสี สมัยนี้สามารถทำ mri เพื่อเป็นการตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือรอให้มีอาการก่อนก็ได้
แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงหน่อย เพราะเครื่อง mri และการดูแลรักษา มันแพง
admin
Administrator
 
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 03 ต.ค. 2013 10:41 pm


ย้อนกลับไปยัง ถามตอบ เกี่ยวกับการตรวจ MRI

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron