ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

ขอเชิญสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการตรวจ MRI ในเครือประชาชื่นอิมเมจจิ้งกรุ๊บ

Moderator: ittikorn, sripetch, chatchawan, julin, virunporn, supap, pla

ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย พระมีศักดิ เพชรดี » อังคาร 19 ม.ค. 2016 6:38 pm

มีอาการอย่างนี้ครับ ? เป็นอาการมาพร้อมๆกัน คือปวดท้อง แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เหมือนจะขาดใจ มีอาการตัวเย็น เป็นอาการบ่งบอกถึงมะเร็งตับไหมคับ พอดีว่าอย่างนี้ขออธิบาย ( ไปโรงพยาบาลวัคโบสถ์ตรวจผลเลือดกับคลื่นหัวใจก็ปกติ ) ( ทีนี้ไปโรงพยาบาลพุทธชินราช เช็กเลือดและคลื่นหัวใจก็ปกติ แต่ดันมีหมออีกคนทักว่า ให้รีบทำการรักษาด่วน เพราะว่าน่าจะเป็นมะเร็งตับ ก็เลยงง ว่าจะทำอย่างไรดี ขอวอนให้คุณหมอช่วนวินิจฉัยอาการนี้ให้หน่อยครับ
พระมีศักดิ เพชรดี
 

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ม.ค. 2016 7:28 pm

อาการมะเร็งตับ
อาการเริ่มแรกค่อนข้างจะไม่เฉพาะเจาะจง เช่น ผอมลง เจ็บชายโครงขวา อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ทำงานไม่ค่อยไหว
มักจะอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการอะไรเลย
ต่อมาอาการจะชัดเจนขึ้นเมื่อมีความรู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น เบื่ออาหาร จุกเสียด แน่นท้อง น้ำหนักลดมากในช่วงระยะท้าย ๆ และอาการสำคัญคือปวดบริเวณชายโครงขวา และอาจปวดร้าวไปที่ไหล่ขวาหรือบริเวณลำตัวซีกขวาทั้งหมด หรือคลำได้ก้อนที่ชายโครงขวา ในบั้นปลายอาจจะมีไข้เรื้อรัง บางรายอาจมีอาการของตับแข็ง เช่น ขาบวม ท้องบวม ที่เรียกว่าท้องมาน

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งเมื่อเกิดมีอาการเบื่ออาหารน้ำหนักลดลง บวม หรือมีอาการไข้ไม่ทราบสาเหตุ อาจมีมะเร็งตับแทรกซ้อนได้

ผู้ที่ไม่มีอาการแต่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งตับ เป็นพาหะเชื้อไวรัสตับอักเสชนิดบี และซี หรือดื่มสุรามาก หรือมีประวัติกรรมพันธุ์คนใกล้ชิดในครอบครัวเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ อาจมีมะเร็งตับได้

ถ้าสงสัยควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยเจาะเลือดหาระดับแอลฟาฟีโตโปรทีน และทำอัลตราซาวด์ของตับ เพื่อตรวจหามะเร็งตับในระยะต้น ๆ ได้

การทำเอ็มอาร์ไอ ช่องท้องส่วนบนก็เป็นอีกทางเลือกที่สามารถถ่ายภาพเพื่อค้นหามะเร็งตับได้เช่นกัน

การทำเอ็มอาร์ไอถือเป็นการตรวจที่ปลอดภัย ดังนั้นสามารถทำเพื่อตรวจดูภาพของตับได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งตับที่ไม่ค่อยมีอาการ

ถ้าต้องการนัดทำเอ็มอาร์ไอ. โทร 0899898777

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ ได้แก่ผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ดื่มสุรามาก หรือมีประวัติมะเร็งตับในครอบครัว ท่านควรจะเอาใจใส่ตนเองเป็นพิเศษควรไปหาแพทย์เป็นประจำ เช่น ทุก 3-6 เดือน เพื่อตรวจร่างกาย และตรวจเลือดดูสมรรถภาพการทำงานของตับ (Liver function test) ระดับแอลฟาฟีโตโปรทีน (alfa – fetoprotein) และการตรวจด้วยคลื่นเสียงตับ (อัลตราซาวด์) หรือตรวจเอ็มอาร์ไอช่องท้องส่วนบนจะสามารถตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นได้
admin
Administrator
 
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 03 ต.ค. 2013 10:41 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 21 ม.ค. 2016 8:42 pm

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการทำแนวทาง
ในการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวัง(Screening and surveillance)โรคมะเร็งตับ โดยโรคดังกล่าวต้องมีเงื่อนไขที่สำคัญดังนี้
1. เป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญของประชากร
2. สามารถบอกกลุ่มเสี่ยงได้
3. การดำเนินโรคใช้เวลาพอควร ซึ่งสามารถตรวจคัดกรองได้ก่อนที่จะมีอาการทางคลินิก
4. **** วิธีการตรวจต้องคุ้มค่า ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายไม่สูงและเป็นที่ยอมรับ *****
5. ถ้าวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถรักษาหายขาดและเพิ่มอัตรารอดชีวิต
โรคมะเร็งตับเข้าเกณฑ์ดังกล่าวถึง 4 ข้อแรก ดังนั้นจึงเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในการทำแนวทาง
ในการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวังโรคมะเร็งตับ

##### กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ

Recommendation 1 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองหาโรคมะเร็งตับ ได้แก่

1. ผู้ป่วยโรคตับแข็งทั้งเพศหญิงและชาย ปัจจัยเสี่ยง
ต่อการเกิดมะเร็งตับมีหลายอย่าง ได้แก่ โรคตับแข็งจากทุกสาเหตุ สุรา
ไวรัสตับอักเสบบีและซี สารพิษอะฟลาท๊อกซิน ภาวะธาตุเหล็กสะสมที่ตับ
โรคทางพันธุกรรมและเมตาบอลิกต่างๆ ฯลฯ
พบว่าร้อยละ 80 ของมะเร็งตับเกิดในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง
ในขณะที่อุบัติการณ์การเกิดมะเร็งตับจาก
โรคตับอื่นๆ ที่ยังไม่เป็นตับแข็งพบว่าอุบัติการณ์ไม่สูงมากนัก

2. ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบบีหรือผู้ที่ติดเชื้อไวรัส
ตับอักเสบบีตั้งแต่แรกคลอดหรือวัยเด็ก และยังไม่มีโรคตับแข็งแต่มีความเสี่ยง
ต่อมะเร็งตับสูงในเพศชาย อายุมากกว่า 45 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี
และมีประวัติมะเร็งตับในครอบครัว

3. ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่มี fibrosis stage 3 และ 4 ควรได้รับ
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับ

##### วิธีการและระยะเวลาการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งตับ

Recommendation 2 วิธีการตรวจเฝ้าระวังหาโรคมะเร็งตับควรทำในประชากรกลุ่มที่มีความเสี่ยง
ต่อมะเร็งตับโดยตรวจเลือดหาค่า Alfa-fetoprotein (AFP) ร่วมกับการทำ
ultrasonography (US) ทุก 6 เดือน
ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับมีความก้าวหน้ามาก โดยทั่วไปอาศัยการตรวจ tumor markers
ร่วมกับการตรวจทางรังสีและ/หรือการตรวจชิ้นเนื้อตับ tumor markers ที่สำคัญได้แก่ ได้แก่ Alfa-fetoprotein
(AFP) มีค่าปกติ 10-20 ng/ml และค่าที่ใช้วินิจฉัยมะเร็งตับถ้ามากกว่า 200 ng/ml

การตรวจทางรังสีมีหลายวิธี ได้แก่ การทำ ultrasonography (US), computer tomography (CT),
magnetic resonance imaging (MRI), angiography และ positron emission tomography (PET scan)
ฯลฯ

วิธีที่ยอมรับและเลือกใช้ในการตรวจคัดกรองหามะเร็งตับทั่วโลกในปัจจุบัน ได้แก่การตรวจ AFP
ร่วมกับ US ทุก 6 เดือน ในประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ


##### แนวทางการตรวจเฝ้าระวังและวินิจฉัยโรคมะเร็งตับ

แนวทางการตรวจเฝ้าระวังและวินิจฉัยโรคมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงสูง เมื่อตรวจ
เฝ้าระวังมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงโดยการทำ US ร่วมกับ AFP หลังพบก้อนในตับ
ให้ปฏิบัติดังนี้
1. กรณีตรวจพบก้อนโดย US ให้พิจารณา ดังนี้
1.1 US พบก้อนขนาดน้อยกว่า 1 เซนติเมตร
ให้ติดตามผล US ทุก 3-4 เดือน ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของก้อน
ใน 2 ปี กลับไปเฝ้าระวังทุก 6 เดือน แทน ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น
ให้ดูข้อ 1.2
1.2 US พบก้อนขนาด 1-2 เซนติเมตร และผลการตรวจด้วย CT
และ MRI พบว่า
1.2.1 ผลการตรวจ CT และ MRI เข้าได้กับ HCC ทั้ง 2 วิธี ให้วินิจฉัย
และให้การรักษาแบบ HCC
1.2.2 ผลการตรวจ CT และ MRI เข้าได้กับ HCC เพียงวิธีเดียว หรือ
ไม่เหมือนเลยจากทั้ง 2 วิธี แนะนำทำ FNA และให้การรักษา
ถ้าผลเป็น HCC ถ้าไม่ใช่ HCC ให้ติดตามทุก 3 เดือน
อาจพิจารณา FNA ซ้ำ ถ้าสงสัย10 แนวทางการตรวจคัดกรองวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี
1.3 US พบก้อน ขนาดมากกว่า 2 เซนติเมตร และผลการตรวจด้วย CT
หรือ MRI พบว่า
1.3.1 มีลักษณะ Typical vascular pattern หรือ AFP > 200 ng/ml
สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาแบบ HCC ได้เลย
1.3.2 มีลักษณะ Atypical vascular pattern พิจารณาทำ FNA ก่อน

2. กรณีตรวจ US ไม่พบก้อน ให้พิจารณาค่า AFP ดังนี้
2.1 ค่า AFP ปกติ ให้ตรวจติดตามผล US และ AFP ทุก 6 เดือน
2.2 ค่า AFP สูงกว่าค่าปกติ (> 200 ng/ml) หรือค่า AFP เพิ่มสูงอย่าง
ชัดเจนในระหว่างการตรวจติดตามผลให้ทำ CT หรือ MRI
2.2.1 ถ้าไม่พบความผิดปกติให้ตรวจติดตามผล US และ AFP
ทุก 3 เดือน
2.2.2 ถ้าตรวจพบก้อนให้พิจารณาตามข้อ 1

##### ความเห็นส่วนตัวนะ

สรุป ในภาพรวมของคนไข้ระดับประเทศ ระดับโลก การทำ ultrasonography (US) ยังถือเป็นวิธีที่ยอมรับและเลือกใช้ในการตรวจคัดกรองหามะเร็งตับทั่วโลก

ซึ่งในก้อนที่มีขนาดเล็ก บางที ultrasonography (US) ก็ดูยาก หรือไม่เห็นได้

ดังนั้นใน*****ความเห็นส่วนตัวนะ***** ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยง แล้วพอจะมีเงินจ่าย ทำ mri ร่วมด้วยก็ชัดดีนะครับ
และเนื่องจาก mri ปลอดภัยไม่ต้องโดนรังสี สมัยนี้สามารถทำ mri เพื่อเป็นการตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือรอให้มีอาการก่อนก็ได้
แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงหน่อย เพราะเครื่อง mri และการดูแลรักษา มันแพง
admin
Administrator
 
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 03 ต.ค. 2013 10:41 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย mon147 » เสาร์ 14 พ.ค. 2016 5:09 pm

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาครับ :)
แทงไฮโลออนไลน์
mon147
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 17 มี.ค. 2016 3:55 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย Kaitlyn » อังคาร 31 พ.ค. 2016 6:01 pm

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐครับ ทางที่ดีเราควรดูแลตัวเองดีๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
Kaitlyn
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 31 พ.ค. 2016 5:55 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย Kaitlyn » พุธ 01 มิ.ย. 2016 10:51 am

:D
Kaitlyn
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 31 พ.ค. 2016 5:55 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย Kaitlyn » พฤหัสฯ. 30 มิ.ย. 2016 11:09 pm

Kaitlyn เขียน:การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐครับ ทางที่ดีเราควรดูแลตัวเองดีๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
Kaitlyn
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 31 พ.ค. 2016 5:55 pm

Re: ค่ารับการตรวจมะเร็งตับประมาณเท่าไร

โพสต์โดย goodrrz1234 » จันทร์ 19 ก.ย. 2016 3:59 pm

ความไม่มีโรคคิอลาภอันประเสริฐจริงๆ
:P :P
sbo
goodrrz1234
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 19 ก.ย. 2016 3:51 pm


ย้อนกลับไปยัง ถามตอบ เกี่ยวกับการตรวจ MRI

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron