Menu

“มะเร็งตับ” ระวังให้มากก่อนยากจะเยียวยา

  มะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง นอกจากนี้ผู้ที่ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบีจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไปถึง 400 เท่า โรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าพบในทารกก็แสดงว่าเป็นการติดเชื้อมากจากแม่สู่ลูกทางเลือดในขณะคลอด เนื่องจากโรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อกันได้ทางสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วย เช่น เลือด น้ำหนอง น้ำเหลือง น้ำลาย อสุจิ สารหล่อลื่นในช่องคลอด เป็นต้น การพัฒนาตัวจากไวรัสตับอักเสบบีเป็นมะเร็งตับมักจะเริ่มต้นที่การเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีนานมากกว่า 6 เดือนจะมีโอกาสที่โรคไวรัสตับอักเสบบีจะกลายเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังถึง 90% โรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังจะสามารถกลายเป็นโรคตับแข็งได้ เนื่องจากการอักเสบของตับที่เป็นสาเหตุให้เนื้อเยื่อของตับถูกทำลายและฟื้นฟูขึ้นมาใหม่หลายต่อหลายครั้งจนกลายเป็นโรคตับแข็ง เพราะการทำลายและฟื้นฟูนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งตับจากเนื้อเยื้อที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เนื้อเยื้อที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากการแบ่งตัวเพื่อซ่อมแซมเซลล์ตับเดิมที่เสียไปนั้นหากเกิดซ้ำหลายๆ ครั้งอาจจะทำให้เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นมาใหม่มีความผิดปกติจนกลายเป็นโรคตับแข็ง หรือแม้กระทั่งเกิดเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดเป็นโรคมะเร็งตับ และลุกลามในเวลาต่อมา โดยอาการของผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับในระยะเริ่มแรกนั้นจะอาจจะไม่มีอาการอะไรเลยทำให้กว่าจะรู้ตัวว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นก็เป็นตอนที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากแล้ว ดังนั้นการตรวจมะเร็งตับในโรคตับแข็งนั้นจึงสำคัญมากเพราะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้หากตรวจพบในระยะแรกๆ ของโรค เนื่องจากมะเร็งตับ เป็นโรคไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรกของโรค โดยส่วนมากกว่าผู้ป่วยมะเร็งตับจะรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งตับก็เป็นในระยะหลังที่แสดงอาการชัดเจนแล้ว ทำให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงอย่างผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคตับแข็ง นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจมะเร็งตับเป็นประจำ การตรวจโรคตับแข็งและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ด้วย MRI เป็นวิธีนี่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากปลอดภัยจากรังสี และความละเอียดของภาพที่ได้จากการทำ MRI สามารถระบุได้ว่าส่วนไหนที่เป็นเนื้อเยื่อตับที่มีอยู่เดิม หรือส่วนไหนคือส่วนที่เป็นเกิดโรคตับแข็งทำให้แพทย์สามารถวินิฉัยโรคได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่ในกรณีที่กลุ่มก้อนเนื้องอกของตับที่มีขนาดเล็กมากๆ การตรวจ MRI อาจยังไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเซลล์ปกติและเซลล์ของมะเร็งตับได้  โดยส่วนมากผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะได้รับคำแนะนำให้ตรวจเพื่อติดตามผลทุกๆ 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับที่มีและวิจารณญาณของแพทย์ สำหรับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคตับแข็ง รวมไปถึงผู้ที่ต้องการติดตามผลการรักษาของโรคมะเร็งตับ หากท่านสนใจจะตรวจ MRI ขอแนะนำตรวจ MRI Liver (ส่วนตับ)