Menu

นิ่วในถุงน้ำดีอันตรายอย่ามองข้าม

ถุงน้ำดี (Gallbladder) คือ อวัยวะบริเวณช่องท้องที่ทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำดี เพื่อให้น้ำดีเข้มข้นเพื่อพร้อมสำหรับย่อยไขมัน โดยนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของหินปูน หรือคอเลสเตอรอลในน้ำดีจนทำให้เกิดนิ่ว โดยลักษณะนิ่วมี 3 ประเภท คือ นิ่วจากคอเลสเตอรอล นิ่วจากเม็ดสี และนิ่วโคลน

นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารร้ายแรงถึงชีวิตหากไม่รีบรักษา โดยส่วนมากมักจะพบในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคที่มีอาการหลายอย่างคล้ายกับโรคโรคกระเพาะอาหาร จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร แล้วหายามารับประทานเองจนกระทั่งอาการรุนแรงถึงมารับการรักษา

 

อาการ

  • ท้องอืด
  • แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยหลังทานอาหารไขมันสูง เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง
  • ปวดใต้ลิ้นปี่และชายโครงด้านขวา
  • ปวดร้าวที่ไหล่และหลังขวา
  • คลื่นไส้อาเจียน (ถุงน้ำดีติดเชื้อ)
  • มีไข้หนาวสั่น
  • ดีซ่านหรือตัว-ตาเหลือง (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)
  • ปัสสาวะมีสีเข้ม (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)
  • อุจจาระมีสีขาว (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)

 

ความเสี่ยง

  • เพศหญิง 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ภาวะอ้วน น้ำหนักมาก
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคเลือด โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย
  • ตั้งครรภ์หลายครั้ง
  • กินยาคุมกำเนิด
  • ทานฮอร์โมนจากภาวะหมดประจำเดือน
  • ผู้ที่อดอาหาร (ถือศีลอด) หรือลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
  • ทานยาลดไขมันในเลือดบางชนิด
  • พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัว

 

แนะนำตรวจ MRI Upper Abdomen + MRCP (ช่องท้องส่วนบนและระบบท่อน้ำดี) เพราะสามารถตรวจดูความผิดปกติของเนื้อเยื่อและก้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ