น้ำมูกไหลเรื้อรัง !! อันตรายมะเร็งหลังโพรงจมูก

 

มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma) เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นที่หลังโพรงจมูกอยู่บริเวณหลังจมูกเหนือเพดานอ่อน ในระยะแรกของโรคมักจะไม่แสดงอาการ หรือหากมีอาการก็อาจคล้ายกับโรคอื่นจนทำให้สังเกตได้ยาก มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นโรคที่พบได้มากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของประเทศไทยพบผู้ป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกสูงถึง 4.2 คนต่อประชากรแสนคน (ที่มาสถิติ:วารสารโรคมะเร็งจากมูลนิธิวิจัยโรคมะเร็งเพื่อสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ฉบับที่35 ปีพ.ศ.2558) 

 

มะเร็งหลังโพรงจมูกสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 (T1) ก้อนมะเร็งยังอยู่ภายในโพรงจมูกข้างเดียวหรือยังไม่เห็นก้อนเนื้องอกแต่หากมีการตรวจชิ้นเนื้อก็จะได้เป็นผลบวก
  • ระยะที่ 2 (T2) ก้อนมะเร็งอยู่เต็มภายในหลังโพรงจมูกทั้งด้านข้างและด้านหลัง
  • ระยะที่ 3 (T3) ก้อนมะเร็งลุกลามไปถึงช่องจมูกและช่องคอรวมถึงได้เข้าไปอยู่ภายในโพรงหลังจมูก แต่ต่อมน้ำเหลืองข้างคอด้านที่เป็นมะเร็งยังโตไม่เกิน 3 เซนติเมตร
  • ระยะที่ 4 (T4) ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังกะโหลกศีรษะและเส้นประสาทสมอง ผู้ป่วยอาจมีภาวะต่อมน้ำเหลืองโตเนื่องจากเชื้อมะเร็งได้กระจายไปสู่อวัยวะอื่นที่อยู่ไกลกว่านั้น และกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างคอด้วย

 

อาการของมะเร็งหลังโพรงจมูก

อาการแสดงของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม คือ

  1. อาการทางจมูก มีอาการระคายเคืองหลังโพรงจมูก มีน้ำมูกปนเลือด มีเลือดออกทางจมูกบ่อย ๆ แน่นจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก หรือคัดจมูก มีน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง หรือเสียงที่เปลี่ยนไป
  2. อาการทางหู การได้ยินบกพร่องมีเสียงดังในหู รู้สึกปวดหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหู เนื่องจากการทำงานผิดปกติของท่อเชื่อมหูชั้นกลาง เพราะการลุกลามของมะเร็งเป็นผลให้ความกดอากาศในหูชั้นกลางลดลง จึงก่อให้เกิดอาการหูอื้อและอาการนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  3. ก้อนที่คอ เป็นอาการที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดของโรคนี้โดยเฉพาะอาการของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ซึ่งจะตรวจพบก้อนที่คอเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนแบบติดกัน-ห่างกันก็ได้ ทว่ากรณีที่พบบ่อยมักจะเจอก้อนที่คอเพียงก้อนเดียวมีลักษณะแข็ง ไม่เจ็บ และเคลื่อนไหวไปมาได้
  4. อาการทางระบบประสาท ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ชาที่ใบหน้า เจ็บเสียวที่แก้มข้างเดียวกับตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง และในรายที่อาการลุกลามมากผู้ป่วยอาจเป็นอัมพาตที่กล้ามเนื้อใบหน้า เวียนศีรษะ เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือสำลักอาหาร รวมทั้งมีการรับกลิ่นและรสที่เปลี่ยนไป
  5. อาการอื่น ๆ เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ ๆ และอาจมีอาการอ้าปากไม่ขึ้น สำลักน้ำขึ้นจมูก เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการลุกลามของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะอื่น หรือตำแหน่งอื่น

 

ความเสี่ยงของมะเร็งหลังโพรงจมูก

  • เพศชาย อายุ 30-50 ปี
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนาม ลาว กัมพูชา หรือประเทศไทย รวมทั้งฮ่องกงและทางตอนใต้ของประเทศจีน
  • ผู้ที่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาที่หมักด้วยเกลือ
  • การติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตบาร์เป็นไวรัสที่มักทำให้เกิดโรคหวัดหรือโรคโมโนนิวคลิโอสิส ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางสารคัดหลั่งภายในร่างกายอย่างน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ และเชื้อไวรัสชนิดนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งหลาย ๆ ชนิด
  • คนในครอบครัวมีประวัติเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกมาก่อน
  • ทำงานอยู่ในสถานที่ที่ต้องคลุกคลีกับขี้เลื่อยหรือฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) รวมถึงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

 

แนะนำตรวจ MRI Nasopharynx (โพรงจมูกและลำคอ)  เพื่อหาตำแหน่งของการเกิดมะเร็งและตรวจดูการแพร่กระจายของมะเร็ง เพราะสามารถกำหนดระยะของโรคตรวจดูความผิดปกติของเนื้อเยื้อและการแพร่กระจายของมะเร็งได้เป็นอย่างดี ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและใช้ในการติดตามผลการรักษาเป็นระยะ