ระวังดื่มน้ำประปาเค็ม เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้น้ำทะเลหนุนสูงจนส่งผลให้น้ำประปาที่ผลิตได้ในช่วงนี้มีความเค็มมากกว่าปกติ โดยทั่วไปจะเป็นที่รู้กันว่าการกินเค็มจะส่งผลให้เกิดโรคไต แต่ในความเป็นจริงแล้วการกินเค็มส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพมากกว่านั้น

 

การกินเค็มที่มากจนเกินไปสามารถทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและการสูญเสียสมดุลของเลือด การที่มีความดันโลหิตสูงมากจนเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคอัมพาตมากกว่าคนปกติถึง 4 เท่า เนื่องจากความดันโลหิตที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดภายในร่างกายค่อย ๆ เสื่อมลง และตีบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ภาวะความดันโลหิตสูงยังสามารถส่งผลต่ออวัยวะอื่น ๆ ได้อีก เช่น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เต้นเร็วขึ้น จนมีความเสี่ยงที่จะหัวใจวาย หรือมีความเสี่ยงถึงเส้นเลือดในสมองแตกจนกลายจนเป็นสาเหตุให้กลายเป็นเป็นอัมพฤกษ์ – อัมพาตในท้ายที่สุด

 

“อาการของโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราวอาจมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร”

 

อย่าละเลยหากคุณมีอาการเหล่านี้

  • ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก

 

สำหรับผู้ที่ครอบครัวมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ-ตันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้วก็ยิ่งมีความเสี่ยง ผู้สูงอายุเองก็มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยไม่รู้ตัว (silent stroke) โดยส่วนมากจะไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองแสดงออกมาอย่างชัดเจน ในกลุ่มคนเหล่านี้จำเป็นต้องระมัดระวังในการกินหรือดื่มสิ่งที่มีความเค็มมากจนเกินไปเพื่อลดความเสี่ยงลง

 

แต่หากท่านมีอาการดั่งกล่าวแล้วขอแนะนำตรวจ MRA Brain (ตรวจเส้นเลือดแดงในสมอง) เพราะสามารถตรวจดูความผิดปกติของเส้นเลือดสมองได้เป็นอย่างดี เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ