สาย PARTY ดื่มมากแค่ไหนถึงเป็นอันตรายต่อตับ

“เหล้า” หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรารู้จักกันดีว่ามีงานฉลองหรืองานเลี้ยงที่ใดต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นั้น แต่โอกาสในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้มีอยู่แค่งานฉลองหรืองานเลี้ยงเท่านั้น เรายังดื่มเมื่อเกิดความทุกข์ ดื่มเพื่อให้ลืมความเศร้า ดื่มให้ใจได้ลืมโลกนี้ไปเลย และในเมื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ถูกดื่มไม่ว่าเราจะมีความสุขหรือความทุกข์ บางครั้งเราอาจจะดื่มกันมากไป จนรู้ตัวอีกทีก็ป่วยเป็นตับแข็งหรือเป็นโรคที่เลวร้ายยิ่งกว่า

 

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และมีปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่าวันละ 5 หน่วย เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี จะมีผลเสียต่อตับอย่างชัดเจน และมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคตับแข็งประมาณ 15 – 20% โดย แอลกอฮอล์ 1 หน่วยจะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 12 – 15 กรัม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดจะมีปริมาณแอลกอฮอล์แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • เบียร์ 100 มิลลิลิตร ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ 4 กรัม / เบียร์ 1 ขวด มีปริมาณแอลกอฮอล์ 13 กรัม
  • ไวน์ 100 มิลลิลิตร ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ 12 กรัม / ไวน์ 1 แก้ว(ปกติ) มีปริมาณแอลกอฮอล์ 12 กรัม
  • วิสกี้ 100 มิลลิลิตร ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ 40 กรัม / วิสกี้ 2 ฝา มีปริมาณแอลกอฮอล์ 15 กรัม

 

ในทางการแพทย์กล่าวไว้ว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ชายในแต่ละวันไม่ควรเกิน 3 หน่วย และผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 หน่วย สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดีและมีภาวะตับที่ปกติการดื่มเหล้าในปริมาณเพียงเท่านี้น่าจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อตับ แต่อัตราส่วนดังกล่าวมีไว้ใช้สำหรับชาวยุโรปที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าคนไทย ดังนั้นผู้ชายไทยจึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าวันละ 2 หน่วย และผู้หญิงไทยไม่ควรดื่มเกินกว่าวันละ 1 หน่วย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับอาหารจะมีผลเสียน้อยกว่าการดื่มขณะท้องว่าง

 

ผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อตับสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 ไขมันสะสมในตับ (Alcoholic fatty liver) เป็นการเปลี่ยนแปลงของตับในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการออกมาอย่างชัดเจน แต่เมื่อตรวจทางพยาธิวิทยาจะพบว่ามีการสะสมไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นในเซลล์ตับ

ระยะที่ 2 ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis) ผู้ป่วยจะมีอาการของโรคไม่มากนักเช่นรู้สึกจุกแน่นที่ชายโครงทางด้านขวา จนกระทั่งมีอาการรุนแรงอย่าง เช่น มีไข้สูง มีภาวะดีซ่าน มีอาการทางสมองได้แก่ รู้สึกสับสน หรือหมดสติ

ระยะที่ 3 ตับแข็งจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Cirrhosis) เป็นระยะสุดท้ายของโรคตับแข็ง ซึ่งพบว่ามีพังผืดในเนื้อตับ ทำให้ตับมีลักษณะผิวขรุขระ เป็นก้อนแข็ง และมีขนาดเล็กลง ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือดสดๆ อันเนื่องมาจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตกนั่นเอง และยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับเพิ่มมากขึ้น

 

หากท่านมีอาการหรือมีความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ขอแนะนำตรวจ MRI Liver (ตรวจตับ) เพื่อตรวจดูความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตับ