พัฒนาการล่าช้า ในเด็กอาจเกิดจากความผิดปกติทางสมอง

สมองพิการ (Cerebral Palsy) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทของทารกหรือเด็กเล็ก เกิดขึ้นเมื่อสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเกิดความผิดปกติได้รับความเสียหาย หรือมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการเคลื่อนไหวร่างกายไปตลอดชีวิต

 

อาการของโรคสมองพิการ

1. อาการของผู้ป่วยโรคสมองพิการอาจมีความรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่ได้รับความเสียหาย โดยอาการที่สามารถพบได้ทั่วไปมีดังนี้

 

  • มีพัฒนาการล่าช้า เช่น อายุ 8 เดือนแต่ยังนั่งไม่ได้ อายุ 18 เดือนแต่ยังเดินไม่ได้ รวมถึงพัฒนาการทางการพูดที่ช้ามากกว่าปกติ
  • มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น มีความตึงของกล้ามเนื้อผิดปกติ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้จนทำให้เสียการทรงตัว เคลื่อนไหวน้อย น้ำลายไหลมาก กลั้นปัสสาวะไม่ได้แม้ถึงวัยที่ควรทำได้
  • อาจมีความบกพร่องทางสติปัญญาและการเรียนรู้
  • มีปัญหาทางการมองเห็นและการได้ยิน หรืออาจมีอาการตาเหล่ร่วมด้วย
  • มีปัญหาทางการสื่อสารการพูดและการใช้ภาษา
  • การรับรู้ความรู้สึกผิดปกติอย่างความรู้สึกเจ็บ

 

2. อาการของโรคสมองพิการที่ถูกแบ่งตามตำแหน่งของสมองที่ได้รับความเสียหายสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด ดังนี้

 

  • โรคสมองพิการชนิดหดเกร็ง เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุดโดยจะมีอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็งและมีปัญหาในการเดิน เช่น เดินแล้วขาหรือหัวเข่าไขว้กัน นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตครึ่งซีกด้านซ้ายหรือขวาโดยส่วนมากมักส่งผลที่ขาทั้ง 2 ข้างมากกว่าที่แขนทั้ง 2 ข้าง ใบหน้า หรือทั้งร่างกาย
  • โรคสมองพิการชนิดกระตุก ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้อแข็งตึงหรืออ่อนแรงสลับกันไปมา ซึ่งอาจทำให้มีอาการชักหรือไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้
  • โรคสมองพิการชนิดเดินเซ เป็นชนิดที่พบได้น้อยผู้ป่วยจะมีปัญหาในการทรงตัว สมดุลร่างกาย และการประสานงานของระบบต่าง ๆ รวมทั้งอาจมีอาการสั่นร่วมด้วย
  • โรคสมองพิการชนิดผสม ผู้ป่วยบางรายอาจมีสมองพิการมากกว่า 1 ชนิดเกิดขึ้นร่วมกัน

 

ผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคสมองพิการเมื่อโตขึ้นอาการจะไม่แย่ลงตามกาลเวลาหากรับการวินิจฉัยที่เหมาะสมและรับการรักษาอย่างจริงจัง ดังนั้นหากมีอาการน่าสงสัยหรือพบว่ามีความผิดปกติทางการเคลื่อนไหว การรับรู้ การทำงานของกล้ามเนื้อ การทรงตัว การกลืน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการด้านอื่น ๆ ควรรีบพาเด็กไปเข้ารับการตรวจเพื่อทำการรักษาต่อไป

 

ความเสี่ยงของโรคสมองพิการ

โรคสมองพิการจะเกิดขึ้นเมื่อ ซีรีบรัล คอร์เท็กซ์ (Cerebral cortex) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวได้รับความเสียหายหรือมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์มักเกิดขึ้นตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์แต่ก็อาจเกิดขึ้นในระหว่างคลอดหรือหลังคลอดได้เช่นกันแม้ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนแต่ก็มีความเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคได้

 

1. ความเสี่ยงต่อสมองของทารกก่อนคลอด

  • ปัญหาสุขภาพและการติดเชื้อของมารดาขณะตั้งครรภ์ เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคอีสุกอีใส โรคเริม โรคซิฟิลิส การติดเชื้อไวรัสซิกา การติดเชื้อไวรัสไซโตเมกะโลโวรัส โรคท็อกโซพลาสโมซิส
  • ภาวะสมองผิดปกติในส่วนเนื้อเยื่อสมองสีขาวที่อาจเกิดจากทารกได้รับเลือดและออกซิเจนน้อยลง
  • โรคหลอดเลือดสมองในทารกซึ่งทำให้มีเลือดออกภายในสมองของทารก หรือทำให้ทารกได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • อุบัติเหตุที่ทำให้สมองของทารกได้รับการกระทบกระเทือนตั้งแต่อยู่ในครรภ์
  • การกลายพันธุ์หรือความผิดปกติของพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมอง

 

2. ความเสี่ยงต่อสมองของทารกระหว่างคลอดหรือหลังคลอด

  • สมองขาดออกซิเจนชั่วคราวซึ่งอาจเกิดจากการคลอด หรือการสำลักน้ำคร่ำจนทำให้สมองของเด็กได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ปัญหาสุขภาพและการติดเชื้อของทารก เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้สมองอักเสบ และภาวะดีซ่านอย่างรุนแรง
  • สมองของทารกได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

 

3. ความเสี่ยงอื่นๆ

  • คลอดก่อนกำหนด
  • ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย
  • การตั้งครรภ์ทารกแฝด หรือมีทารกในครรภ์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
  • มารดาตั้งครรภ์ขณะมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
  • มารดาที่มีระดับความดันโลหิตสูง หรือต่ำมากผิดปกติขณะตั้งครรภ์
  • หมู่เลือดอาร์เอชของมารดาและทารกไม่ตรงกัน
  • การคลอดท่าก้น (Breech Assisting) ซึ่งอาจทำให้คลอดยาก

 

แนะนำตรวจ MRI Brain (ตรวจเนื้อสมอง) ในเด็กเพื่อดูความผิดปกติแต่กำเนิดหรือดูพัฒนาการของสมองว่าสมบูรณ์ตามวัยหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุของการที่เด็กพัฒนาการล่าช้าได้