Cluster Headache ภาวะปวดหัวอย่างรุนแรงที่อาจทำให้คุณทำร้ายตัวเองเพื่อหยุดมัน

อาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์ เป็นภาวะปวดหัวอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยผู้ป่วยจะรู้สึกปวดหัวข้างเดียวหรืออาจปวดบริเวณรอบดวงตา เบ้าตา ซึ่งอาจเกิดการปวดต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมงและอาจเกิดขึ้นหลายครั้งภายในวันเดียว ในขณะที่ปวดหัวอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตาแดง น้ำมูกไหล เวียนหัว บางครั้งอาการปวดอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ตื่นหลังจากที่นอนหลับไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืออาจทำให้ผู้ป่วยต้องทำร้ายตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว อย่างเช่น การทุบหัวตัวเอง กดตรงบริเวณที่ปวดแรง ๆ เป็นต้น ซึ่งการกระทำเหล่านี้ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

 

ลักษณะอาการของการปวดหัวแบบคลัสเตอร์

  • ปวดหัวอย่างรุนแรงฉับพลัน
  • ตาแดง
  • น้ำตาไหลออกมามาก
  • รูม่านตาหดเล็กลง
  • ตาไวต่อแสง
  • เปลือกตาหย่อนหรือบวม
  • คัดจมูกหรือมีน้ำมูก
  • เกิดรอยแดงหรือมีเหงื่อออกบนใบหน้า
  • กระสับกระส่าย
  • เวียนหัว

 

ความเสี่ยงของการปวดหัวแบบคลัสเตอร์

ในปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการปวดหัวแบบคลัสเตอร์แต่สันนิษฐานว่ามีสาเหตุมาจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับฮอร์โมน อุณหภูมิ การนอนหลับ และความดันภายในร่างกายซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณใบหน้าขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาทบนใบหน้า และกระตุ้นความรู้สึกปวดหัวไปยังสมองมากผิดปกติจึงทำให้เกิดอาการปวดหัวลักษณะนี้ขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการขึ้นได้คือ

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • กลิ่นฉุน เช่น น้ำหอม สี น้ำมันเบนซิน เป็นต้น
  • ความร้อน เช่น การอาบน้ำอุ่น ออกกำลังกายในห้องที่มีอากาศร้อน เป็นต้น
  • มีประวัติคนในครอบครัวว่าเคยปวดหัวแบบคลัสเตอร์มาก่อน
  • เกิดเนื้องอกในสมองหรือต่อมใต้สมอง

 

แนะนำตรวจ MRI Pituitary (ตรวจต่อมใต้สมอง) หากท่านมีอาการเห็นภาพซ้อน มุมมองของสายตาแคบลง ร่วมกับการปวดหัวแบบคลัสเตอร์ หรือ MRI Brain (ตรวจสมอง) หากท่านมีอาการ พูดจาติดขัด มีความยากลำบากในการพูดสื่อสาร มีปัญหาการได้ยิน มีปัญหาด้านความจำ มีปัญหาการทรงตัว ทรงตัวลำบาก สูญเสียการรับรู้ของประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวแขนขา มีอาการชักทั้งที่ไม่เคยมีประวัติชักมาก่อน แขนขาอ่อนแรง เป็นอัมพาตครึ่งซีกร่วมกับการปวดหัวแบบคลัสเตอร์เพื่อหาสาเหตุของอาการเนื่องจากท่านมีความเสี่ยงที่จะมีเนื้องอกในสมองหรือต่อมใต้สมอง