เวียนศีรษะ บ้านหมุน อาการที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวกับการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่คอยปรับการทรงตัวและสมดุลของร่างกายในท่าทางต่าง ๆ เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นจึงทำให้มีอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกโลกหมุน ตัวผู้ป่วยเองจะรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมหมุนรอบ ๆ ตัวเองหรือตัวเองหมุนหรือรู้สึกโคลงเคลงทั้ง ๆ ที่ตัวเองอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหวในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมีเสียงในหูร่วมด้วยได้โดยอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งบางคนเมื่อเกิดอาการเหล่านี้อาจมองเป็นเรื่องธรรมดาของช่วงวัยที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นได้แต่บางครั้งอาการเวียนศีรษะก็เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นให้ทราบถึงโรคอื่น ๆ ได้เช่นกัน

 

โรคที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

  • โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (benign paroxysmal positioning vertigo: BPPV) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบได้บ่อยที่สุด โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของหูชั้นในพบมากในผู้สูงอายุ อาการเฉพาะของโรคนี้คือ อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่เกิดขึ้นทันทีทันใดในขณะเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ เช่น ระหว่างกำลังล้มตัวลงนอนหรือลุกจากที่นอน เงยหน้า ก้มหยิบของ เป็นต้น อาการมักจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เป็นแค่ช่วงวินาทีขณะขยับศีรษะ แล้วอาการจะค่อย ๆ หายไป ผู้ป่วยโรคนี้จะไม่มีอาการหูอื้อไม่พบการสูญเสียการได้ยินหรือเสียงผิดปกติในหู (ยกเว้นในรายที่เป็นโรคหูอยู่ก่อนแล้ว) รวมถึงไม่มีอาการทางระบบประสาท เช่น แขนขาชาหรืออ่อนแรง

 

  • โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติหรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่พบว่าอาการของโรคเป็นผลจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุนอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและสูญเสียสมดุลของร่างกายทำให้เซหรือล้มได้ง่าย อาการเวียนศีรษะที่เกิดจากโรคนี้อาจนานเป็นนาทีจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งในระหว่างที่เกิดอาการผู้ป่วยควรอยู่นิ่ง ๆ ไม่ขยับศีรษะเพราะอาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีการได้ยินลดลงและมีเสียงดังในหูบางครั้งอาจพบอาการหูอื้อได้ด้วย

 

  • การอักเสบของหูชั้นใน (labyrinthitis) พบว่าเกิดการอักเสบจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักมีประวัติการเป็นหวัดหรือระบบทางเดินหายใจอักเสบนำมาก่อนถ้าเชื้อไวรัสลามเข้าสู่หูชั้นใน และเส้นประสาทจะทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะรุนแรงเป็นอยู่หลายวัน แต่หากเป็นการอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมักพบในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคการอักเสบของหูชั้นกลาง โรคหูน้ำหนวกแล้วลุกลามเข้าสู่หูชั้นในอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยมักมีอาการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย

 

  • โรคเนื้องอกของประสาทการทรงตัวหรือเส้นประสาทการได้ยิน (acoustic neuroma) ผู้ป่วยจะมีอาการเวียนศีรษะร่วมกับการได้ยินลดลง บางรายอาจมีเสียงรบกวนในหู สำหรับรายที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่และไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจมีอาการชาที่ใบหน้าซีกนั้น เกิดการอัมพาตของใบหน้า เดินโซเซ หรืออาการทางสมองอื่น ๆ เนื่องจากก้อนเนื้องอกไปกดทับเนื้อสมอง

 

  • โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ (vestibular neuronitis) ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะรุนแรงนานหลายวันจนถึงสัปดาห์แต่ไม่ส่งผลต่อการได้ยินผู้ป่วยยังคงได้ยินเป็นปกติ

 

หากท่านมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนร่วมกับอาการของโรคทางทางสมองอย่างชาครึ่งซีก อาการอัมพาตของใบหน้า รวมไปถึงอาการสูญเสียการทรงตัว ขอแนะนำตรวจ MRI Brain + IAC (ตรวจสมองและเส้นประสาทหู) เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ